โรคหลอดเลือดสมอง เรียกว่า strokes หรือ brain attack ก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หรือทุพพลภาพได้ ไม่ว่าจะเกิดจากเส้นเลือดสมองแตก เส้นเลือดตีบ หรือก้อนเลือดอุดตัน
อัมพาต
หมายถึง ภาวะที่สมองขาดเลือดหรือมีเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
ยังผลให้เซลล์ในสมองและการทำงานของสมองหยุดชะงัก
ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการชนิดถาวร หรือบางคนอาจเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว
เรียกว่า อัมพฤกต์
สาเหตุที่สำคัญที่สุดของอัมพาต-อัมพฤกต์
คือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งจริงๆ
แล้วจัดเป็นกลุ่มของโรคที่มีหลายชนิดหลายประเภท
กลไกการเกิดโรคอาจแตกต่างกันไปได้บ้าง
แต่สุดท้ายส่งผลร้ายอันตรายต่อชีวิตหรือทุพพลภาพเหมือนๆ กัน
ผู้ป่วย
อัมพาตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่สูงอายุ
แต่อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่อายุน้อย ก็อาจเกิดอัมพาตได้เช่นเดียวกัน
ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงโรคร่วมด้วย
ดังนั้นแนวทางการป้องกันจึงมีความสำคัญสูงสุด
ก่อนที่จะเกิดโรคขึ้นแล้วจึงมาบำบัดดูแลรักษาในภายหลัง
อาการ
ผู้
ป่วยที่เป็นอัมพาตแสดงอาการอ่อนแรงของร่างกายซีกใดซีกหนึ่งหรือทั้งสองซีก
ในบางคนอาจจะหมดความรู้สึกของร่างกายซีกใดซีกหนึ่งหรือทั้งสองซีก
บางรายอาจจะหมดสติ บางรายอาจจะตามองไม่เห็น บางรายอาจจะเดินไม่ได้
บางรายอาจจะพูดไม่ได้ บางรายอาจจะสับสน อาการต่าง ๆ
ที่แตกต่างกันเนื่องจากตำแหน่งของหลอดเลือดที่เป็นโรคต่างกัน
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือดสมอง
ปัจจัย
สำคัญที่ก่อให้เกิดการแข็งตัวของผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย
รวมทั้งหลอดเลือดสมอง คือระดับไขมันชนิดโคเลสเตอรอลในเลือด
ทำให้เกิดคราบไขมันขึ้นที่ผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดการตีบแคบและอุดตัน
เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังเนื้อเยื่อส่วนปลายได้เพียงพอ
นอกจากนี้
ชิ้นส่วนของคราบไขมันยังอาจหลุดจากผนังของเส้นเลือด
ทำให้เกิดการอุดตันเส้นเลือดเล็กๆ ที่อยู่ถัดไป
โรคหลอดเลือดสมองกลุ่มนี้เรียกว่าชนิดตีบตัน (thrombosis)
บางครั้ง
พบสาเหตุจากโรคของหัวใจที่ทำให้เกิดก้อนเลือดหลุดไปอุดตันเส้นเลือดสมอง
หรือภาวะหัวใจเต้นผิดปกติชนิดพริ้วที่ทำให้เกิดอาการใจสั่น
อาจเป็นสาเหตุให้ก้อนเลือดไปอุดเส้นเลือดสมองได้เช่นกัน
เรียกภาวะนี้ว่าก้อนเลือดอุดตันเส้นเลือด (embolism)
โรคความดันโลหิตสูง
เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว และทำให้เกิดโรคอัมพาตได้มาก
ทั้งชนิดหลอดเลือดแตกและหลอดเลือดตีบ ปัจจุบันถือว่า
โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในการเกิดอัมพาต
และจากการศึกษาวิจัย
พบว่าโรคความดันโลหิตสูงทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเป็นอัมพาตมากกว่าคนปรกติสูงถึง
4-6 เท่า ผู้ป่วยโรคอัมพาตร้อยละ 40-90
จะมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อน
ระดับโคเลสเตอรอลในเลือด
ภาวะ
ที่มีไขมันสูงในหลอดเลือด ทั้งชนิดโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์
ซึ่งเป็นไขมันที่ไปเกาะผนังหลอดเลือดและจะทำให้ผนังหลอดเลือดแข็ง
อันจะมีผลตามมาทำให้เกิดอัมพาตได้ง่าย
โรคเบาหวาน
ผู้
ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานเป็นเวลานานๆ โดยมิได้รับการรักษา
หรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ
จะมีอัตราเสี่ยงในการเกิดอัมพาตชนิดหลอดเลือดตีบได้สูง
เพราะโรคเบาหวานทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งได้ง่าย
โดยจะมีหลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย
และถ้าเป็นที่หลอดเลือดของสมองจะเกิดอัมพาตขึ้น
อัตราการเสี่ยงของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเกิดอัมพาตได้สูงกว่า
ผู้ป่วยปรกติถึง 2-4 เท่า
อาการเตือนที่สำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่
- อาการ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงหรือไม่มีแรงครึ่งซีกที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรืออาการชาของแขนหรือขาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายเป็นครั้งคราว
- ภาวะที่มีอาการชาหรืออ่อนแรงของใบหน้าซีกใดซีกหนึ่ง
- อาการ สับสน ระดับการรับรู้เปลี่ยนแปลงไปในทางเลวลง ภาวะที่พูดลำบาก กระตุกกระตักหรือพูดไม่ชัด โดยอาการเป็นชั่วคราว หรืออาจจะนึกพูดไม่ได้เป็นครั้งคราว
- ภาวะที่ตามืดหรือมองไม่เห็นไปชั่วครู่ หรืออาจจะเห็นแสงที่ผิดปรกติ หรือเห็นภาพซ้อน จัดเป็นอาการผิดปกติของการมองเห็น
- อาการวิงเวียนบ้านหมุน หรือเป็นลม เดินเซ ไม่สามารถทรงตัวได้
- อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่เคยปวดมาก่อน มักเกิดขึ้นขณะปฏิบัติกิจกรรมที่เคร่งเครียด หรือกำลังอยู่ในภาวะอารมณ์ที่รุนแรง
- กลืนอาหารสำลักบ่อย ๆ
ที่มา : ศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ
http://www.bangkokhospital.com
http://www.bangkokhealth.com


แสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่นี่


