ตั้งเว็บนี้เป็นหน้าแรก      
 
 
 
  หน้าแรก | ประกาศสินค้า | วิทยุออนไลน์ | เกมส์ | หาเพื่อน | ดูทีวีออนไลน์ | บันเทิง | บทความโดนๆ | ไอที | สาระน่ารู้ | สารบัญเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา
   หน้าแรกหมวดสุขภาพ » สะโพกเสื่อมก่อนวัย ยืดอายุใช้งานนานที่สุดอย่างไร
 

สะโพกเสื่อมก่อนวัย ยืดอายุใช้งานนานที่สุดอย่างไร


ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
Pic_32151

เมื่อ พูดถึงความเสื่อมของข้อสะโพก หลายคนเชื่อว่าจะเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ความจริงคือ คนในวัยหนุ่มสาวก็มีโอกาสเกิดภาวะข้อสะโพกเสื่อมได้เช่นกัน

ปัจจุบันคนไทยได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคข้อสะโพกเสื่อม และโรคหัวสะโพกขาดเลือดเป็น จำนวนมาก ผู้ป่วยจะรู้สึกติดขัดบริเวณสะโพก จนเกิดการอักเสบเจ็บปวดทรมาน ซึ่งการรักษาที่ได้ผลแน่นอนที่สุดคือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ความผิดปกติของข้อสะโพกแต่กำเนิน การรับประทานยาบางชนิด โดยเฉพาะยาแก้ปวด อุบัติเหตุ โรคติดเชื้อบางอย่าง น้ำหนักตัวมาก มีพฤติกรรมการใช้ข้อหนักๆ รวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม เป็นต้น

นพ.วิโรจน์ ลาภไพบูลย์พงศ์
ศัลยแพทย์ กระดูกและข้อ ศูนย์ฟื้นฟูข้อเสื่อมเวชธานี ยืนยันว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ มากกว่า 65 ปี ซึ่งหลังจากผ่าตัดแล้วผู้ป่วยห้ามใช้งานข้อสะโพกหนักมาก แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนหนุ่มสาวแตกต่างจากคนสูงอายุอย่างสิ้นเชิง รวมถึงช่วงอายุที่ต้องใช้งานข้อสะโพกก็ยาวนานกว่ามาก หากทำการผ่าตัดนี้ในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย จะมีปัญหาเรื่องอายุการใช้งานสั้นลง เหลือเพียง 5 - 10 ปี และอาจต้องเปลี่ยนข้อสะโพกใหม่ ซึ่งผลการรักษาจะแย่ลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการผ่าตัดแก้ไขข้อสะโพกใหม่ รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้น
ดังนั้น แพทย์ด้านกระดูกและข้อจึงได้พยายามชะลอการเปลี่ยนข้อสะโพกครั้งแรกให้ได้นาน ที่สุด หรือจนกว่าผู้ป่วยจะมีอายุมากกว่า 60 ปี เพื่อเป็นทางออกของคนในวัยทำงานและคนหนุ่มสาวที่มีปัญหาข้อสะโพกเสื่อม จนเมื่อประมาณปี 1989  ได้มีการพัฒนาการเปลี่ยนข้อสะโพกที่เหมาะสำหรับคนที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี ปัจจุบันได้รับความนิยมมากทั่วโลก ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัตินวัตกรรมการออกแบบการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเลยที เดียว การผ่าตัดชนิดนี้คือ การครอบข้อสะโพกเบอร์มิงแฮม ซึ่งเป็นข้อสะโพกแบบโลหะชนกับโลหะ วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกใหม่ แต่ใช้งานได้ดีดังเดิม และช่วยยืดอายุการใช้งาน



การผ่าตัดครอบข้อสะโพกเบอร์มิงแฮม (Birmingham Hip Resurfacing : BHR) เป็นการผ่าตัดแบบใหม่รักษาโรคที่เกิดจากความเสื่อมของข้อสะโพก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี โดยข้อสะโพกเทียมเบอร์มิงแฮมมีจุดเด่นหลายประการ คือ

    *  เป็นข้อสะโพกเทียมชนิดหัวโลหะชนกับเบ้าโลหะ ในขณะที่ข้อสะโพกเทียมทั่วไปเป็นแบบหัวโลหะชนกับเบ้าพลาสติก ซึ่งแน่นอนว่าข้อสะโพกเบอร์มิงแฮมมีความทนทานในการใช้งานมากกว่า จึงสามารถผ่าตัดในผู้ป่วยอายุน้อยได้
    * ข้อสะโพกเบอร์มิงแฮมไม่มีการ ตัดหัวสะโพกเดิมออกไป หากแต่เป็นการครอบหัวโลหะลงไปที่หัวสะโพก กระดูกส่วนใหญ่ของผู้ป่วยยังคงอยู่ ซึ่งในอนาคตหากต้องเปลี่ยนเป็นข้อสะโพกเทียมแบบตัดหัวสะโพกสามารถดำเนินการ ต่อได้เลย โดยไม่ต้องรื้อเบ้าโลหะเก่าออก นอกเสียจากว่าเบ้าเดิมจะหลวมมาก
    * ข้อ สะโพกเบอร์มิงแฮมมีหัวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 38 – 62 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดหัวสะโพกเดิมของผู้ป่วย ในขณะที่ข้อสะโพกเทียมธรรมดาแบบโลหะชนกับพลาสติก มีขนาดหัว 28 มิลลิเมตร จึงพบโอกาสเกิดข้อสะโพกหลุดได้มากกว่า 5 – 10 เท่าตัว
    * ผู้ป่วยที่ ได้รับการผ่าตัดข้อสะโพกเบอร์มิงแฮม สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเล่นกีฬาหนักๆ ได้ ตรงกันข้ามกับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแบบเดิม ที่แพทย์จะสั่งให้จำกัดการทำงานหนัก ห้ามแบกหาม หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก มิฉะนั้นอายุการใช้งานของข้อสะโพกจะน้อยกว่าปกติมาก คือน้อยกว่า 5 – 10 ปี ซึ่งการผ่าตัดรอบสองหรือมากกว่า จะให้ผลดีสู้ครั้งแรกไม่ได้

ความเป็นมาของเทคนิคการผ่าตัดครอบข้อสะโพกเบอร์มิงแฮม
นพ.วิโรจน์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เดิมเคยมีการผ่าตัดคล้ายกันทำนองนี้ตั้งแต่ปี 1950 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ปรับปรุงและแก้ไขเรื่อยมา จนกระทั่งศัลยแพทย์กระดูกและข้อ นพ.ดิเรค แมคมิน ในเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาการเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแบบพิเศษนี้ตั้งแต่ปี 1989 และได้พัฒนาปรับปรุงเทคนิคต่างๆ ในรายละเอียดจนเป็นรุ่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา



ใน ต่างประเทศผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ผลลัพธ์ดีมากจนมีการบอกต่อๆ กัน โดยเฉพาะในชุมชนเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต เกิดการแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว ในเวลา 10 ปี ทั่วโลกมีการผ่าตัดด้วยวิธีนี้กว่า 80,000 ข้อ โดยที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติให้ใช้ข้อสะโพกเบอร์มิ งแฮมเพียงยี่ห้อเดียว   ปรากฏว่าในเวลาแค่ 1 ปี เฉพาะที่สหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเบอร์มิงแฮมไป แล้วกว่า 6,500 ข้อ นับว่าเป็นจำนวนมากและเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในประเทศไทย มีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเบอร์มิงแฮมครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนปี 2549 และในเวลาต่อมาได้มีการผ่าตัดอีกเป็นจำนวนมาก โดยผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ



การรักษาวิธีนี้เหมาะกับใครบ้าง

การผ่าตัดครอบข้อสะโพกเบอร์มิงแฮม แนะนำให้ทำในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม ข้อสะโพกขาดเลือด ที่ยังเหลือกระดูกพอที่จะครอบได้ และข้อสะโพกที่เสื่อมจากการพัฒนาการผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ข้อสะโพกเบอร์มิ่งแฮมยังมีข้อจำกัดบางประการคือ ผู้ป่วยควรมีอายุน้อยกว่า 65 ปี โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของกระดูก เนื่องจากการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีกระดูกพรุน มีความเสี่ยงที่กระดูกคอสะโพกจะหักได้ และผู้ป่วยต้องมีเนื้อกระดูกส่วนเบ้าและหัวสะโพก เหลือเพียงพอที่จะครอบโลหะลงไปได้ โดยหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะมีระดับอิออนของโลหะในกระแสเลือดสูงขึ้นกว่าคนปกติ เล็กน้อย แต่ไม่มากพอที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

จากการเก็บข้อมูลนานกว่า 30 ปี ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงดังกล่าว เช่น ไม่พบการก่อมะเร็ง ไม่พบการทำลายอวัยวะของร่างกาย ไม่พบการทำให้ทารกคลอดผิดปกติ หรืออื่นๆ โดยอิออนโลหะที่สูงขึ้นในกระแสเลือดจะถูกกำจัดออกทางไตตลอดเวลา

นอกจากนี้ ผู้หญิงมีครรภ์ซึ่งมีระดับอิออนโลหะที่สูงขึ้นในกระแสเลือดของแม่ มีรายงานการตรวจพบระดับอิออนโลหะสูงขึ้นในเลือดฝั่งทารกได้ แต่ไม่มีรายงานทารกแรกเกิดผิดปกติ และไม่มีรายงานว่าเป็นสาเหตุของการแท้งบุตร ปัจจุบันผู้ป่วยหญิงที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ สามารถมีลูกได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาข้อสะโพกให้นานที่สุด คือการใช้งานอย่างถนอมและถูกวิธี พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมสภาพเร็ว และเมื่อเกิดปัญหา แพทย์คือผู้ที่ให้คำตอบได้ดีที่สุดว่าจะรักษาด้วยวิธีใด

ข้อมูลจากโรงพยาลาลเวชธานี


ขอบคุณข้อมูลจาก
Thairath

 

บทความอื่นๆในหมวด
โรคคอมพิวเตอร์ทำป่วย
เลี่ยงแสงแดดมากไปอาจเสี่ยงเป็น โรคกระดูกพรุน
หวานได้ ไม่ทำร้ายสุขภาพ
ปวดข้อศอก อย่านิ่งนอนใจ
ชานิ้วมือ...ระวัง! พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ
เคล็ดลับ 3 อ. ดูแลสุขภาพ สวยจากภายในสู่ภายนอก
คู่มือชาวบ้าน ป้องกันไข้หวัด 2009
แฟชั่นรัดรูปทำให้ผิวแพ้ และติดเชื้อง่ายขึ้น
วันนี้คุณกินอาหารเช้าหรือยัง
กินยั้งมะเร็งกับนักกำหนดอาหาร
» บทความในหมวดทั้งหมด

Tag
เวชธานี  กินยับยั้งมะเร็ง  อาหารเช้า  กาแฟ  นอนกรน  อวัยวะ  ร่างกาย  จำเป็น  แก้หัวใจวาย  โรคหลอดเลือดสมอง  strokes  ไข้หวัด  คลายเครียด  นอนกรน  OSA  คลินิกระบบหายใจเด็ก  การนอน  นอน  อ้วน  ผลไม้   เวชธานี  ความยาวของนิ้วมือ  สัญชาตญาณในการดมกลิ่น  รอยพับหรือรอยย่นที่ใบหูส่วนล่าง  ขนาดกางเกงยีนส์  ไข้หวัดเม็กซิโก  แผลน้ำร้อนลวก  ไข่ขาว  ไข้หวัด  ผู้หญิง  การตั้งครรภ์  ตรวจครรภ์  สายพันธ์ใหม่  ไข้หวัด  โรคหัวสะโพกขาดเลือด  ความเครียด  คอมพิวเตอร์  ผิวสวย  อาหาร    
บทความที่เกี่ยวข้อง
รพ.วิภาวดี เตือนภัย ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ 2009 เอช 1 เอ็น 1
โรคที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในคน แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน
งานทำพิษ ออฟฟิศซินโดรม
มนุษย์เงินเดือนประจำออฟฟิศทั้ง หลาย ลองถามตัวเองก่อนว่า คุณเป็นคนที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน มีปัญหาสายตา
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมอง เรียกว่า strokes หรือ brain attack ก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หรือทุพพลภาพได้ ไม่ว่าจะเกิดจากเส้นเลือดสมองแตก เส้นเลือดตีบ
อันตรายหรือไม่ เมื่อเจ้าหนูนอนกรน
"เสียงกรน" เป็นเสียงที่เกิดช่วงหายใจเข้าขณะนอนหลับ ในเด็กปกติขณะหลับ
  แสดงความคิดเห็น
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

แสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่นี่
ความคิดเห็น :
*
ชื่อ/Email :
    คลิกเพื่อขอรหัสโค๊ดใหม่
รหัสยืนยัน :